VIEW Projector BENQ MX768

VIEW Projector BENQ MX768 รุ่นนี้ไม่ชัดจริงไม่แนะให้ใช้

ครั้งนี้เราจะมาพูดถึง โปรเจคเตอร์ BenQ ที่ให้ความสว่างสูงกันบ้าง ณ ปัจจุบันทางบริษัท BenQ ได้เริ่มนำเสนอขายโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงออกมาตีตลาดบ้านเราเยอะขึ้น จากเมื่อก่อน รุ่นที่มีความสว่าง 4000 ANSI Lumen ขึ้นไปนั้น ราคาจะสูงติดเพดานเลยทีเดียวเชียว เฮ้อ….!!!

แต่ตอนนี้ลูกค้าทุกท่านเตรียม เฮ….!!! กันได้เลย เพราะ รุ่นใหม่ๆ ความสว่างสูงๆ ของ BenQ นั้น ราคาไม่สูงอย่างที่คิด และยังมาพร้อมกับ Feature ที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

หน้าตาด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง
เริ่มด้วย Feature ใหม่ที่จะอัดเข้ามากับรุ่นความสว่างสูงๆเกือบทุกรุ่น นี้คือ Corner fit หรือ การปรับภาพเบี้ยวได้ทีละมุม

ตัวอย่างการใช้งาน Conner fit

ฟังค์ชั่นนี้จะช่วยให้การติดตั้งเครื่องง่ายขึ้น เพราะแต่ละสถานที่มีความแตกต่างกันออกไป เมนู Corner fit จะทำให้รับมือกับทุกสถานที่และทุกสถานการณ์เลยครับ

ความพิเศษของมันไม่ใช่แค่ปรับได้ทีละมุม ยังเพิ่มอีกเมนูขึ้นมาคือ Surface fit

ตัวอย่างการใช้งาน Surface fit

ไม่ว่าพื้นผิวที่ใช้เป็นฉากรับภาพจะมีความโค้งนูนหรือเว้าเพียงใด ด้วยเมนู Surface fit ช่วยปรับแก้ได้โดยไม่ต้องใช้เทคนิคการติดตั้งแต่อย่างใด

BenQ MX768 เป็นอีกรุ่นที่การออกแบบระบบการขยายภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ชื่อว่า Big Zoom ความพิเศษของ Big Zoom คือ การเปลี่ยนให้อัตราการขยายภาพ หรือที่เรียกว่ากันติดปากว่า “ซูม” เป็น 1.6x

ด้วยขนาดภาพที่ฉายเท่ากัน ระยะจากเครื่องถึงจอรับภาพจะสั้นลง สามารถถอดเครื่องโปรเจคเตอร์ตัวเก่าออก แล้วเอาเจ้า BenQ MX768 ขึ้นแทนที่ได้เลย ไม่ต้องทำการติดตั้งใหม่ให้เสียเงินในกระเป๋าเพิ่ม

อย่างงี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อที่ในการฉายมากนักแล้วสินะ….!!!

เปรียบเทียบระยะห่างจอรับภาพกับโปรเจคเตอร์ ระหว่างรุ่นเก่าที่ใช้อัตราการขยายภาพเดิมและ Big Zoom

ส่วนฟังค์ชั่นเดิมที่เคยมีมาแต่แรก ก็ยังคงมีไว้ให้ใช้อยู่ไม่ได้ดึงออกไปไหนนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเป็น 2D Keystone การปรับแก้ภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้งและแนวนอน

ตัวอย่างการใช้งาน 2D Keystone

และนั้นคือจุดเด่นของเครื่องบางส่วนเท่านั้น

ยังมีอีกหลายอย่างที่เป็นแรงดึงดูดให้คุณๆ ทั้งหลายไม่อาจปฏิเสธเครื่องรุ่นนี้ได้เลย ทั้งระบบ LAN Display ที่คุณไม่ต้องใช้สายสัญญาณภาพยาวๆ ราคาแพงๆ เพื่อให้ส่งภาพออกโปรเจคเตอร์

การใช้งาน LAN Display

แต่ใช้แค่สาย LAN แทนสายสัญญาณภาพในราคาที่ประหยัดกว่า คุ้มมั้ยล่ะ… นอกจากส่งสัญญาณภาพ ยังสามารถใช้คุณสมบัติLAN Control เพื่อสั่งงานเครื่อง ผ่านทางคอมพิวเตอร์ส่วนควบคุมกลาง โดยที่ไม่ต้องใช้รีโมทในระยะไกลๆ มันเยี่ยมจริงๆ ว่าไหมครับ

LAN Control

และรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟังค์ชั่น Wireless Display ที่สามารถนำเสนองานแบบไร้สาย ผ่านการเชื่อมต่อกับตัวอุปกรณ์ไอทีหลากหลาย ส่งผ่านความสนุก ความบันเทิงอย่างไร้ขีดจำกัดแบบสุดๆ รองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, Mac, iOS, Android

ฟังค์ชั่น Wireless Display

ระบบ 3D ที่ให้ภาพสมจริงยิ่งขึ้นเหมือนดึงคุณเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เลยทีเดียวเชียว

ผมบอกได้เลยว่าใครที่มองหาเครื่องโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงถึง 4000 Ansi Lumen แบบสุดคุ้มอย่างนี้ ต้องไม่พลาดเลยกับ Projector BenQ MX768 และเครื่องในตระกลู M Serieทุกรุ่น แล้วคุณจะหลงรัก

เพราะว่า ทั้งราคาและคุณภาพไม่ใช้ ไม่ได้แล้ว……!!!! กับโปรเจคเตอร์ 4000 Ansi ที่ถูกและดี

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ทุกรุ่นได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Acer K335

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำคนที่กำลังมองหา เครื่องโปรเจคเตอร์ ขนาดเล็ก สำหรับพกพาครับ สมัยนี้มีเครื่องโปรเจคเตอร์ ขนาดเล็ก เยอะแยะมากมายในบ้านเราตอนนี้ ทั้งของจีน และ โนเนม มาขายกันมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญทางอินเตอร์เน็ต แต่ทางเรามีสินค้าจาก แบรนด์ Acer Projector มาแนะนำให้ลูกค้าที่สนใจ และกำลังสับสนว่าจะซื้อ แบบไหนดีกันครับ แนะนำครับ ACER PROJECTOR รุ่น K335


ACER PROJECTOR รุ่น K335 นี้ ใช้เทคโนโลยี LED เข้ามาช่วยในส่วนของหลอดภาพ ซึ่งจะทำให้อายุของหลอดภาพนั้นมีอายุการใช้งาน ที่ยาวนานขึ้น มากถึง 30,000 ชั่วโมง กันเลยทีเดียวครับ และยังมีส่วนในการช่วยประหยัดไฟ อีกด้วย


รองรับการใช้งานที่หลากหลาย อาทิเช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรือภาพถ่ายครอบครัว รวมถึงงาน Presentation งานเอกสารต่างๆ


รูปภาพด้านหลังของ ACER PROJECTOR รุ่น K335

เรามาดู Feature ของเจ้าตัวนี้ดูครับ เริ่มต้นที่ พอร์ต หรือช่องเสียบ สัญญาณต่างๆ สามารถเสียบใช้งาน USB Flash Drive ได้เลยทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาไปเสียบที่ โน๊ตบุ้คของท่านใช้งานได้ทั้งไฟล์ วีดีโอ // เพลง // เอกสาร และยังสามารถเสียบ SD Card(ส่วนใหญ่จะเป็นของกล้องถ่ายรูป) เพื่อที่เราจะได้ดูรูปภาพต่างๆ หรือจะเป็นในส่วนของงานเอกสารต่างๆ และที่สำคัญ มีพอร์ต HDMI อีกด้วยครับ เพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณ ในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น และมาต่อกันที่ พอร์ต VGA ครับ ยังคงในส่วนของพอร์ตพื้นฐานที่นิยมใช้งานเป็นอย่างมาก และ AV // Audio in และ out ที่จะส่งสัญญาณเสียงออกไปลำโพงแยก เพื่อที่จะเพิ่มระดับเสียงได้อีกด้วยครับ


Wireless Adapter – USB or MHL Interfaces

ACER PROJECTOR รุ่น K335 นี้ ยังสามารถใช้ฟังค์ชั่น Wireless ได้ด้วยนะครับโดยการใช้ USB Wireless Adapter Dongle ที่แถมมากับตัวเครื่องได้เลยครับ ไม่ต้องใช้สายสัญญาณอะไรให้วุ่นวายเลยครับ และที่สำคัญเป็นอย่างมากคือขนาดของตัวเครื่องครับ มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบเท่ากับโปรเจคเตอร์ขนาดทั่วไป กว้าง 23 X ยาว 16 X สูง 5 (cm.) คุณๆที่กำลังสนใจจะซื้อก็ลองนึกภาพดูนะครับว่าคุ้มค่ามากครับยิ่งมีประสิทธิภาพมากถึงขนาดนี้ แถมขนาดยังเล็กพกพาสะดวกสบายถึงขนาดนี้

ใครสนใจมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://projectorpro.in.th

การเตรียมตัวก่อนเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

1. กำหนดความต้องการ ควรกำหนดความต้องการที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คุยๆไป ไอเดียเริ่มกระฉูด ต้องการฉายกลางแจ้งกลางวันแสกๆและโปรเจคเตอร์มีขนาดเล็กพอใส่ในกระเป๋ากางเกงได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆกับผมเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว
เมื่อรู้ความต้องการ ต้องมั่นคงไม่วอกแวก พอเห็นลูกเล่นของโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่ง หรือเห็นความสว่างมากๆของอีกยี่ห้อหนึ่ง แล้วเกิดหลงรัก คราวนี้หาเหตุผลที่ต้องซื้อโปรเจคเตอร์ตัวนั้นให้ได้ อย่างนี้เรียกว่า เสียศูนย์
มีรายหนึ่งซื้อโปรเจคเตอร์ราคากว่า 700,000 บาท เพราะเกิดหลงไหลความสว่างที่ 2700 ลูเมน ( นั่นเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว ) แม้ผมจะแนะนำให้เลือกโปรเจคเตอร์ที่สว่างน้อยกว่า แล้วเอาเงินที่เหลือไปปรับปรุงห้องให้เหมาะสมกับการฉายภาพ ท่านก็ไม่รับฟัง พอครบ 1 ปีเป้งการรับประกันก็สิ้นสุด เครื่องก็เกิดเสีย ค่าซ่อมก็สูงถึงกว่า 5 แสนบาท โรงเรียนมีงบไม่พอ เลยต้องทิ้งโปรเจคเตอร์เครื่องนั้นไปเฉยๆ

2. กำหนดงบประมาณ เช่นกันกับวัตถุประสงค์ ไม่ควรวอกแวก ถ้ามีงบฯสูง ปัญหาแทบไม่มี แต่ถ้างบฯน้อยเกินไป อาจต้องไปซื้อโปรเจคเตอร์ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องเสียเงินไปเปล่าๆ น่าจะคืนงบฯไปจะประหยัดกว่า
ในงาน World Didac Asia 2009 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต อาจารย์ หลายท่านบ่นว่าของแพง ส่วนคนขายก็จะตอบว่า ถ้าอยากได้ของที่ทำงานได้ตามที่ต้องการ ราคาก็จะสูงตามที่เขาได้เสนอไป ผมขอนำบทความหนึ่งที่โชว์อยู่ในร้านค้ารายหนึ่งในศูนย์การค้าพันทิพย์พลาซ่า ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีใจความว่า
“ไม่เป็นการฉลาดที่จะซื้อของที่แพงไปหรือถูกไป หากซื้อของที่แพงไป สิ่งที่เสียคือต้องเสียเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ถ้าซื้อของที่ถูกไป แล้วของที่ได้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ท่านอาจสูญเงินทั้งหมด”

3. เลือกยี่ห้อ หลายรายชอบถามคนขายว่า ขายยี่ห้ออะไร ยิ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบยี่ห้อยอดนิยมอาจถามว่า ขาย Sony หรือ Panasonic หรือเปล่า ส่วนพวกที่มีความมั่นใจในความรู้ของตน อาจจะขอแค่แคตตาล็อกเพื่อเอาไปศึกษาเอง ผมว่าน่าจะเปิดใจให้กว้างกว่านั้น ให้โอกาสคนขายบอกข้อดีเด่นของยี่ห้อของเขาบ้าง บ่อยครั้งที่ลูกค้าพึ่งจะทราบว่าแท้จริงแล้วเขายังไม่อะไรรู้อีกมาก
บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉาย 6 เดือน ประกันเครื่อง 1 ปี บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉายฯ 1 ปี ส่วนตัวเครื่องรับประกัน 2 ปีก็มี 3 ปีก็มี ผมว่า 3 ปีนี่คุ้ม เพราะมีโอกาสที่เครื่องจะเสียอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปีที่3 มียี่ห้อหนึ่งถ้าหลอดฉายเสียใน 30 ชั่วโมงแรก เขาจะไม่รับผิดชอบ ทั้งๆที่ของใหม่โอกาสที่หลอดจะเสียใน100 ชั่วโมงแรกสูง หลังจากนั้นมักไม่พบปัญหาอะไร อีกอย่างเขาก็ไม่ได้แจ้งเงื่อนไขนี้ให้ลูกค้าทราบมาก่อน
บางยี่ห้อพอใช้ไปประมาณ 500 ชั่วโมง หลอดฉายมืดไปมากจนทนไม่ไหว ผู้ขายก็ยังไม่รับผิดชอบบอกว่ายังใช้ได้อยู่ บางยี่ห้อบริการแย่ กว่าจะซ่อมเสร็จใช้เวลา 3 – 6 เดือน ( ตั้งครึ่งปี ) ที่ทะเลาะกันบ่อยๆคือ บางยี่ห้อแม้พบว่าของเสียตั้งแต่แกะกล่องก็ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ ต้องคอยให้ซ่อมอย่างเดียว กว่าจะได้ของมาใช้ ราคาโปรเจคเตอร์ก็ตกลงไปแล้ว 3,000 – 5,000 บาท และคนขายก็ไม่รับผิดชอบส่วนนี้

4. ให้เลือกผู้ขายด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ที่ชอบค้นหาสินค้าทางอินเทอเน็ต ชอบที่จะเทียบราคาสินค้ากับยี่ห้อและรุ่น เดียวกัน ที่ไหนถูกที่สุดก็เอาที่นั่น โดยไม่เลือกผู้ขาย ความจริงผู้ขายมีความสำคัญมากเหมือนมีประกัน หากไม่มีปัญหาก็โชคดีไป หากมีปัญหาแล้วผู้ขายนำส่งศูนย์ซ่อมให้ ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในประกันก็ยังถือว่าโชคดี ที่ท้ายสุดก็ยังได้ของกลับมาใช้
แต่ในกรณีที่ซ่อมกลับมาแล้วพบว่ายังใช้ไม่ได้ ผู้ขายยังยินดีมารับกลับไปส่งศูนย์ซ่อมอีก คราวนี้ทางศูนย์ซ่อมยืนยันว่าไม่เสีย แต่เมื่อนำกลับมาใช้ก็พบว่ายังใช้ไม่ได้อยู่ดี จะให้ทำอย่างไร โยนทิ้งไปหรือ บางรายมีความจำเป็นมากๆต้องยอมซื้อเครื่องใหม่ อย่างนี้น่าเจ็บใจไหม

แค่พ่อค้าที่มีความเชี่ยวชาญมากอาจแก้ปัญหาได้ เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากโปรเจคเตอร์แต่เกิดจากปัญหาอื่น ดังนั้นการเลือกพ่อค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ บริการจากผู้ค้าอาจครอบคลุมไปมากกว่าการรับผิดชอบต่อสินค้าที่เขาขายก็ได้ เช่นมีรายหนึ่งบอกว่าเมื่อก่อนโดนถูกผู้ใหญ่ตำหนิประจำ ว่าให้แก้ปัญหาต่างๆหลายครั้งแล้วไม่จัดการให้เรียบร้อยสักที ทั้งๆที่เขาได้แจ้งให้พ่อค้าประจำรายนั้นให้มาดูแลให้หน่อย แต่ก็ไม่ยอมมาบริการ จะเอาแต่ขายลูกเดียว แต่หลังจากเปลี่ยนผู้ขาย ชีวิตของเขาดีขึ้นมาก บางครั้งปัญหาที่ดูใหญ่โต สามารถซ่อมเสร็จภายในวันเดียว ตอนนี้ผู้ใหญ่ชมเชยว่าเขามีความรับผิดชอบดีมาก

5. เทคโนโลยีการสร้างภาพ เทคโนโลยีสร้างภาพที่ใช้กับโปรเจคเตอร์เช่น LCD LCoS DLP และ GLV เป็นต้น แต่ที่ตั้งหน้าห้ำหั่นกันมีอยู่คู่เดียวคือ 3LCD กับ DLP ทั้ง 2 เทคโนโลยีในสภาพการใช้งานจริง สิ่งที่ทั้ง 2 ค่ายต่างสาดโคลนเข้าใส่กันนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่โดยเฉพาะปัญหาอัตราส่วนเปรียบต่าง(Contrast Ratio) อยากให้เทียบภาพที่ฉายด้วยเทคโนโลยีทั้ง 2 แล้วดูว่าชอบแบบไหน ความแตกต่างระหว่าง 3LCD และ DLP พอจะเทียบได้กับสีโปสเตอร์กับสีน้ำมัน ที่สวยไม่เหมือนกัน

6. ของแถม เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นความเห็นส่วนตัวสักหน่อย นานมาแล้วมีโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่งจัดโปรโมชั่นด้วยการแถมจอสำหรับภาพฉายชนิดติดผนัง/แขวนเพดาน ม้วนเก็บด้วยสปริงขนาด 70” X 70” จนเป็นที่ถูกใจของผู้ซื้อ เล่นเอายี่ห้ออื่นต้องทำตาม ลงท้ายลูกค้าเองเป็นฝ่ายเรียกร้องให้แถมจอฯ การขายโปรเจคเตอร์แถมจอฯนี้ ผู้ขายจะได้กำไรลดลงจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น กำไรก็น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นผมจะไม่โจมตีผู้ขายว่า บวกราคาค่าจอฯ เข้าไปด้วย หรือบังคับให้ซื้อโปรเจคเตอร์แล้วต้องซื้อจอพ่วง
การเน้นของแถมนี้ ผู้ขายจงใจให้ผู้ซื้อโปรเจคเตอร์ เลือกเฉพาะยี่ห้อของเขา ซึ่งอาจทำให้ได้ของที่ไม่ตรงตามความต้องการ อีกประการหนึ่งจอฯ ขนาด 70” X 70” นี้เมื่อเทียบกับขนาดอื่นแล้วมีราคาถูกที่สุด เขาถึงแถมมา แต่ผมไม่อยากแนะนำให้ใช้จอฯขนาด 70” X 70” เท่าไหร่ เหตุผลเพราะ ห้องเรียนแทบทั้งหมดสามารถฉายภาพได้ใหญ่สุดถึง 120” รวมทั้งโปรเจคเตอร์ในปัจจุบัน รุ่นที่มีราคาต่ำสุด ก็สว่างพอที่จะใช้ได้กับจอฯขนาด 120” แล้ว เมื่อเอาจอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” มาใช้ ขนาดภาพที่ฉายขึ้นไปจะได้ใหญ่สุดพียง 87” ( เว้นแต่ผู้ใช้ต้องการภาพขนาดนี้) บางรายซื้อโปรเจคเตอร์ความสว่าง 3000 ANSI ลูเมน แต่ใช้จอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” อย่างนี้น่าเสียดายของมากๆ

7. เตรียมตัวก่อนไปทดลองของจริง หากท่านต้องการไปดูโปรเจคเตอร์ ขอให้วัดความสูงของจอฯที่จะใช้และระยะระหว่างจอฯกับผู้ชมแถวหน้า เวลาไปให้หาเพื่อนที่มีความรู้ด้านภาพจริงๆไปด้วย และที่สำคัญกว่านั้นชวนคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วย เวลาชมให้ยืนห่างจากจอฯ ในอัตราส่วนเดียวกับที่วัดได้ในห้องประชุมของท่าน บางคนเมื่อไปดูของชอบยืนชิดจอฯ แต่ถ้ายืนดูในระยะเดียวกับที่แนะนำไว้ ภาพที่ดูคมกว่าในระยะประชิดอาจดูไม่แตกต่างจากโปรเจคเตอร์ที่ภาพคมน้อยกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ถือว่าคะแนนเท่ากัน
เมื่อกลับมาแล้วให้สอบถามคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าเขาเห็นเป็นอย่างไร ที่ให้ทำอย่างนี้เพราะในการใช้งานจริง ผู้ชมส่วนใหญ่จะไม่ใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยของภาพที่ฉายมากนัก เมื่อเป็นอย่างนั้น เราไม่ควรให้น้ำหนักกับปัญหานี้มากเกินไป

8. ตัดสินใจซื้อแต่เนิ่นๆ การไม่ตัดสินใจซื้อก่อนการใช้จริงแต่เนิ่นๆ จะมีผลไม่ค่อยดีบางประการ
1. ของที่อยากได้เกิดขาดตลาด แต่เวลาใช้งานกระชั้นรอไม่ได้ เลยต้องยอมซื้อของที่แพงกว่านั้นหรือด้อยกว่านั้นแทน
2. ไม่มีเวลาซ้อมงานพรีเซ้นก่อนวันงานเพียงพอ
3. ในที่สุดอาจไม่ได้ของมาใช้ เพราะอาจติดขัดโน่นนี่ เช่นเงินหมดก่อน อะไรทำนองนั้น หลังจากซื้อไม่ทันใช้งาน ความกระตือรือร้นที่จะซื้อก็จะพลอยเหือดหายหมดไป พองานต่อไปก็เร่งๆจัดซื้อ แล้วก็ซื้อไม่ทันเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ไปหลายปี ในที่สุดก็เลิกคิดที่จะซื้อโปรเจคเตอร์ แล้วใช้วิธียืมของคนอื่นยันป้าย

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วก็สามารถมาสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ให้เหมาะสมกับความต้องการได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

วันนี้ Projector School จะมาพูดถึงพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB- X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

ดีไซน์และการออกแบบ
โปรเจคเตอร์ Epson EB- X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น


ด้านบนเป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ


ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ


ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ
HDMI 1 พอร์ต
VGA 1 พอร์ต
S-Video
ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
ช่อง USB – B 1 พอร์ต
รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ


USB Wireless LAN Adapter
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ
ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB- X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป
จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว ต้องการสั่งซื้อ คลิ๊ก https://projectorpro.in.th